เครื่องถอดชิพจากการ Modify เครื่องเป่าลมร้อนลมวนแบบปรับอุณหภูมิได้และวอร์มบอร์ด

เครื่องถอดชิพจากการ Modify เครื่องเป่าลมร้อนลมวนแบบปรับอุณหภูมิได้ + วอร์มบอร์ด

Modify เครื่องถอดชิพแบบประกอบ เครื่องถอดชิพแบบ Modify รุ่นนี้ อาศัยการประกอบกันของเครื่องเป่าลมร้อนแบบลมวน(มีท่อ Nozzle ติดปลายหัวเป่าลมร้อนเพื่อควบคุมการกระจายของความร้อน ไม่ให้ลามออกไปจากท่อ Nozzle)

Hot-Air

สำหรับส่วนล่างใช้เป็นวอร์บอร์ดแบบดิจิตอล เพื่อคอยเช็คอุณหภูมิ ในการจับจังหวะการถอดชิพ(ถ้าหากเป็นมือใหม่ จำเป็นมากนะครับ ที่จะต้องมีตัววัดอุณหภูมิแบบ Real Time เพื่อง่ายในจังหวะการถอดชิพ เพราะจังหวะการถอดชิพ เราจะทราบได้จากอุณหภูมิที่แสดงในมิเตอร์)

สำหรับวอร์มบอร์ด อันนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญมากๆ นะครับ ว่าบอร์ดจะช้ำหรือไม่ช้ำก็เพราะวอร์มบอร์ดนี่แหละครับ ผมอยากจะให้ไอเดียกับเพื่อนๆลองไปโมดิฟายด์วอร์มบอร์ดกันเอาเองนะครับ ถ้าหากเพื่อนๆสามารถทำได้หรือใกล้เคียงก็จะทำให้บอร์ดไม่ช้ำเลยครับ

ก่อนอื่นผมขอถามเพื่อนๆกันก่อนเลยนะครับ ว่าทำไมเครื่องถอดชิพราคาแพงๆ ที่ทำเป็น Step Profile ได้ถึงทำให้บอร์ดไม่ช้ำ(ผมจะคิดเฉพาะ Step Profile 2 หัว เท่านั้นนะครับ ไม่นับรวม Step Profile ที่เป็นหัวบนหัวเดียวนะครับ เพราำะหัวเดียวก็ยังช้ำกันอยู่ หลายท่านคงเจอกันมาแล้วนะครับ)

คำตอบ เพื่อนๆช่างรู้ไหมครับ ว่าตามโรงงานอุตสาหกรรมการผลิต ก่อนที่เขาจะเอาสูตร หรือ Condition สำหรับรันในไลน์การผลิต เขาเอาสูตรมาจากไหน (ก็มาจาก Profile ของตะกั่วว่ามี Profile อย่างไร แล้วตะกั่วจะละลายหรือ Melting ที่อุณหภูมิเท่าใด ซึ่งตะกั่วลีดฟรี จะต้องใช้อุณหภูมิที่มากกว่าตะกั่วแบบธรรมดา) แล้วมาเทียบกับวัสดุตัวอื่นๆเช่น ชิพและบอร์ดที่มีโอกาส โดนความร้อนขณะทำการ Rework เอาละครับถึงจุดไคลแมกซ์แล้วครับ ผมอยากจะบอกเพื่อนๆช่างว่า ชิพและบอร์ด ถ้าอยากจะให้มันไม่ช้ำ สวยๆ เนียน ก็ต้องค่อยๆเพิ่มอุณหภูมิ ในขณะให้ความร้อน อยู่ที่ 3 องศา/วินาที อย่าเกินกว่านี้นะครับ เพราะบอร์ดจะปรับสภาพตัวมันเองไม่ทัน แล้วมันจะเหลืองครับ พออุณหภูมิเพิ่มไปถึงระดับหนึ่งก็ควรหยุดการเพิ่มความร้อน โดยรักษาระดับความร้อนไว้ให้คงที่ สักระยะหนึ่งแล้วค่อยเพิ่มอุณหภูมิต่อได้ครับ ค่อยๆทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนถึงอุณหภูมิที่ทำให้ตะกั่วละลายได้ ก็เป็นอันจบสามารถถอดชิพออกมาได้ครับ นี่แหละครับที่มาของการสร้าง Step Profile

เอาล่ะครับฟังผมโม้มาก็มากแล้ว ขอปล่อยทีเด็ดสำหรับเพื่อนช่างที่ยังมีงบน้อยกันเลยดีกว่าครับ ผมขอบอกไว้ก่อนนะครับ ว่าวิธีนี้มันจะค้านกับวิธีของ Step Profile นิดนึงนะครับ ตรงที่ผมต้องการจะถนอมชิพมากกว่าบอร์ดนะครับ เนื่องจาก ผมไม่สามารถทำ Step Profile ได้เลยทั้งด้านบนและด้านล่าง และเราก็รู้อยู่แล้วว่าชิพจะมีความอ่อนแอกับอุณหภูมิมากกว่าบอร์ด ดังนั้นผมจะเน้นที่การถนอมชิพ โดยให้ชิพได้รับอุณหภูมิเพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น โดยโหลดจะตกไปอยู่ที่บอร์ดก่อน ซึ่งผมจะอบบอร์ดก่อนจนถึงอุณหภูมิค่าๆหนึ่ง ซึ่งบอร์ดยังคงสามารถรับได้อยู่นะครับ เทคนิคนิดนึงนะครับ ช่วงที่ทำการวอร์มบอร์ด ผมอยากให้เพื่อนๆทำใจร่มๆ อย่าเร่งรีบให้อุณหภูมิมันขึ้นไวๆ เพื่อจะได้ถอดชิพเร็วๆ ยังจำ 3 องศา/วินาที ได้ไหมครับ ทำใจร่มๆนะครับ ไม่ต้องกลัวว่าบอร์ด โดนความร้อนนานๆ แล้วมันจะช้ำนะครับ ขอแค่อย่าให้อุณหภูมิมันเกินกว่าที่บอร์ดจะรับไหวก็พอครับ เสริมอีกนิดนะครับควรติดฟอยด์บริเวณที่เป็นพลาสติก และตรงจุดบริเวณด้านใต้บอร์ด แต่ต้องเว้นช่องว่างไว้ด้วยนะครับ

เครื่องถอดชิพถ้าเพื่อนๆติดฟอยด์แล้วผมบอกก่อนนะครับว่าอุณหภูมิ ขณะอบบอร์ดมันจะขึ้นช้าเข้าไปอีก แต่ก็ต้องบอกว่าใจร่มๆเหมือนเดิมครับ เพราะอุณหภูมิที่ขึ้นช้าๆจะเป็นผลดีกับบอร์ดมากกว่าขึ้นเร็วๆนะครับ ถ้าหากไม่ติดฟอยด์อุณหภูมิก็จะขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีโอกาศบอร์ดช้ำได้มากขึ้น ถ้ารู้อย่างนี้แล้วก็ติดมันไปเลยครับทั้งบนบอร์ดและใต้บอร์ด(หมายเหตุนิดนึงนะครับ: ถ้าหากเพื่อนสามารถควบคุมอุณหภูมิให้ความร้อนทั้งด้านบนและด้านล่างค่อยๆเพิ่มขึ้นอย่างไม่แตกต่างกันมาก ฟอยด์ก็ไม่ต้องติดก็ได้ครับ พิสูจน์แล้วครับจากร้านช่างอุ๊ ) แล้วรอจนอุณหภูมิได้แล้วค่อยเปิดเครื่องเป่าลมร้อน ตรงจังหวะนี้ใช้เวลาไม่นานครับ โดยช่วงนี้เพื่อนๆต้องใช้ไม้วิเศษ อาวุธของช่างซ่อม Notebook ตั้งแต่หัดซ่อมยันท่านอาจารย์ที่สอนซ่อม Notebook ก็ยังใช้กันอยู่เลย เอาไว้แหย่ๆ เขี่ยๆ รอจนชิพมันเกิดอารมณ์มันก็จะ……ดูเอาเองล่ะกันครับ พอเสร็จปุ๊ป น้ำเยิ้มเลยครับ(น้ำฟลักนะ)


ยังไม่พอมาต่อกันด้วยการวางชิพกันต่อเลยครับ(เอาใจช่างที่มีงบน้อยๆกันเต็มที่เลย จัดให้)

คราวนี้มาดูผลงานกันครับ ขอบอกว่าเล่นกันกับชิพที่ว่าอบกันยากๆให้ดูเลย กับเครื่องที่มาประกอบกันเองแบบนี้

เครื่องถอดชิพเครื่องถอดชิพเครื่องถอดชิพสุดท้ายนี้อยากจะบอกว่า เครื่องมือในการซ่อมที่ดี ไม่จำเป็นต้องเป็นเครื่องมือที่มีราคาแพงเสมอไป มันขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของคุณเท่านั้น อันนี้แหละครับปัจจัยที่สำคัญที่สุดแล้วครับ ของแพงมันก็ใช้ง่าย แต่ของถูกก็ต้องอาศัยประสบการณ์กันมากหน่อยเท่านั้นเองครับ

สู้ต่อไปครับ อย่ายอมแพ้สำหรับช่างที่ยังมีงบน้อยๆอยู่แล้วกลัวว่าจะทำไม่ได้ ผมเป็นกำลังใจให้ครับ

สำหรับเพื่อนๆที่มีเครื่องถอดชิพรุ่นใหญ่ๆกันแล้ว ก็อย่าน้อยใจไปขายเครื่องใหญ่แล้วมาลองประกอบเครื่องถอดชิพกันเองแบบนี้นะครับ ผมแค่ให้ไอเดียสำหรับช่างที่ยังมีงบไม่มากเท่านั้นครับ เพราะยังไงเครื่องถอดชิพรุ่นใหญ่ความเสถียรของอุณหภูมิและเวลาในการทำก็ยังสามารถทำได้ดีกว่า และถนอมต่อตัวชิพและบอร์ดมากกว่านะครับ เพราะคำเพียงคำเดียวที่เรียกว่า Step Profile ครับ

(จัดให้อีกนิด ใครมีปัญหาสงสัย ดูแล้วยังไม่เข้าใจ ก็เข้าไปตั้งกระทู้ถามกันในเว็บบอร์ดได้เลยครับ แต่ต้องสมัครสมาชิกกันก่อนนะครับ ถึงจะโพสท์ได้)

http://www.bga-reworks.com/board/index.php?topic=162.0



This entry was posted in Product, ความรู้เกี่ยวกับเครื่องถอดชิพ, เครื่องถอดชิพ and tagged , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.