เครื่องถอดชิพที่ใช้กันส่วนใหญ่ในการถอดชิพ Notebook

เครื่องถอดชิพที่ใช้กันส่วนใหญ่ในการถอดชิพ Notebook

เครื่องถอดชิพในปัจจุบันมีอยู่หลายแบบ และหลายรุ่น ทั้ง

เครื่องถอดชิพแบบอินฟราเรด

เครื่องถอดชิป T870 เครื่องถอดชิพแบบลมร้อน

เครื่องถอดชิพ

ตัวอย่างบอร์ด Acer ที่ใช้กับชิพจอเบอร์ G86-730-A2 ซึ่งเป็นชิพจอตัวใหญ่ที่ตะกั่วเป็นแบบลีดฟรี ที่ผ่านการอบมาแล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนการถอดชิพและขั้นตอนการวางชิพใหม่อีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งสิ้นต้องอบบอร์ดถึงสองครั้ง

เครื่องถอดชิพ ภาพด้านบนเป็นภาพที่ถ่ายจากด้านหลังบอร์ด จุดเดียวกันกับที่จุดที่วางชิพ VGA โดยถ่ายภาพขยายมาให้เห็นชัดๆเลยว่าบอร์ดยังคงอยู่ในสภาพแบบเดิม เหมือนไม่เคยผ่านการอบหรือถอดชิพมาก่อนเลย

เครื่องถอดชิพแบบที่ใช้เครื่องเป่าลมร้อนมาโมดิฟายด์กันเอง ซึ่งทั้งสามรูปแบบนั้นจริงๆแล้วก็สามารถทำการถอดชิพออกมาได้ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าเครื่องถอดชิพ ในแต่ละแบบนั้นจะมีความยากง่ายในการถอดชิพให้ออกมาสวยงาม และความยากง่ายในการใช้งานจะแตกต่างกัน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับตัวผู้ที่ทำการถอดชิพเองว่ามีความคุ้นเคยกับการใช้เครื่องถอดชิพประเภทใด ดังนั้นตามท้องตลาดก็จะมีเครื่องถอดชิพให้เห็นกันอยู่หลากหลายแบบ ตามความถนัดและตามงบประมาณของร้านซ่อมหรือศูนย์ซ่อมในแต่ละแห่ง แต่มีอยู่อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำเพื่อนๆช่าง ว่านอกจากแค่การถอดชิพหรือวางชิพได้แล้วนั้น ก็ควรจะนึกถึงคือความสวยงามของชิพและบอร์ดหลังจากทำการอบชิพแล้ว

nvidia_9600m_1เพราำะชิพหรือบอร์ดที่ยังอยู่ในสภาพเหมือนเดิม หลังจากการวางชิพไปแล้วจะเป็นตัวแปรสำคัญที่แสดงถึงอายุการใช้งานของเครื่องที่เราซ่อมหรือทำการเปลี่ยนชิพไปแล้ว ว่าชิพจะมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน เครื่องที่เราซ่อมไปจะไม่กลับมาเสียอีกในระยะเวลาอันใกล้หรือระยะเวลาที่เราประกันให้กับลูกค้า ซึ่งถ้าหากเราพิถีพิถันในการวางชิพ,อบชิพ ให้ความสำคัญกับการถนอมชิพให้มากขึ้นอีกนิด ก็จะทำให้ลูกค้าเกิดพอใจและเชื่อมั่นมากขึ้น

MRX1600-chip-lg

เพราะในปัจจุบันลูกค้าที่จะนำเครื่องไปซ่อมบางท่านหรือหลายท่านต่างก็มีความรู้กันมากขึ้น หลังจากผ่านประสบการณ์การนำ Notebook ไปซ่อม ซึ่งบางท่านก็โชคดี ซ่อมแล้วอยู่ได้นานคุ้มค่ากับการซ่อม แต่บางท่านก็โชคร้าย เครื่องใช้ได้ไม่กี่วันก็เสียอีก จนถึงขั้นต้องขายเครื่องทิ้งก็มี ดังนั้นผมจึงอยากให้เพื่อนๆช่างใส่ใจกับการถนอมชิพไว้สักนิดครับ เพื่อที่เพื่อนๆช่างเวลาซ่อมไปแล้วจะคุ้มค่ากับการซ่อม ไม่ต้องกลับมาถอดซ่อมกันใหม่ให้เสียเวลา หรือบางท่านก็ถึงกับต้องทำการเปลี่ยนชิพให้ใหม่ซึ่งถือว่าไม่คุ้มค่าเลยก็มีครับ ผมจึงอยากให้เพื่อนๆช่างใส่ใจตรงจุดนี้สักนิดครับ เพราะปัจจุบันร้านซ่อม Notebook ในบางแห่งก็เริ่มมีการแข่งขันกันบ้างแล้ว ลูกค้าที่จะนำเครื่องไปซ่อม ต่างก็วิเคราะห์ถึงปัจจัยต่างๆ โดยจะมีการสอบถามหาข้อมูลถึงร้านซ่อมที่ไว้ใจได้ ซึ่งถ้าหากเพื่อนๆช่าง มีผลงานที่ดีจนลูกค้าไว้วางใจแล้ว ผมรับรองว่าร้านของเพื่อนๆจะมีลูกค้าบอกต่อๆกัน ไม่จำเป็นจะต้องแข่งขันทางด้านราคากับเจ้าอื่นๆ? ซึ่งผมถือว่าความเชื่อมั่นของลูกค้าเป็นประเด็นสำคัญที่สุดครับ

This entry was posted in ความรู้เกี่ยวกับเครื่องถอดชิพ and tagged , . Bookmark the permalink.

Comments are closed.